Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
ความรู้ » ความรู้อิสลาม » เรื่องราวของอะห์ลุ้ลกะห์ฟี่

เรื่องราวของอะห์ลุ้ลกะห์ฟี่

18 มกราคม 2019
185   0

เรื่องราวของอะห์ลุ้ลกะห์ฟี่

พี่น้องหลายท่าน ที่ได้อ่านอั้ลกุรอาน ซูเราะห์ อั้ลกะห์ฟี่ เป็นซูเราะห์มักกียะห์ ที่ถูกประทานลงมา ขณะที่ท่านศาสดามูฮัมหมัด ซ๊อลลั้ลลอฮู้อะลัยฮี่วะอาลี่ฮีวะซั้ลลัม ยังอยู่ ณ มหานครมักกะห์ ก่อนการอพยพ ไปยังมหานครมะดีนะห์ และเป็นซูเราะห์ที่อั้ลเลาะห์ได้ทรงเล่าเรื่องราวของชาวถ้ำ เพื่อเป็นการ ปลอบโยนและให้กำลังใจแก่บรรดามุสลิมที่ถูกข่มเหงรังแก และเพื่อแจ้งให้ทราบถึงบรรดามุสลิมเหล่านั้นได้รู้ว่า คนดีมีคุณธรรมในอดีตนั้นรักษาความศรัทธาของพวกเขาไว้อย่างไรเป็นซูเราะห์ที่อั้ลเลาะห์ ได้พระองค์ทรงเล่าเรื่องราว หลักๆไว้ 3 ภาค

1.เรื่องราวเกี่ยวกับชาวถ้ำ ทั้ง 7 คน (บรรดาผู้หลับไหลในถ้ำเป็นระยะเวลา 309 ปี)

2.เรื่องราวที่เกี่ยวกับ ท่าน คิเดร กับ ท่านนบีมูซา

3.เรื่องราวของ ซู้ลก๊อรนัยน์

สถานที่ ที่ผม และคณะอุมเราะห์ของ หจก.เอ๊ยะห์ซาน ทราเวล 26 ท่าน นำโดย แซะห์ไฟซ๊อล ยืนอยู่คือ ปากถ้ำของอะห์ลุ้ลกะห์ฟี่ ทั้ง 7 คน พร้อมสุนัข(กิตมียร์) อีก 1 เป็น 8 ที่ได้หลบภัยจาก กษัตริย์ที่อธรรม นามว่า “ُدُقْيَانُوْس”ดุ๊กยานูวซ์” โดยใช้ชาวเมือง “أُفْسُوْسُ”อุฟซูวซ์” ให้ทำการกราบไหว้รูปปั้น ซึ่งสถานตรงนี้ ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ อันร่อกียม์ เป็นตำบลหนึ่ง ของกรุงอัมมานมประเทศจอร์แดน

โดยเรื่องราว ที่ผมจะสรุปออกมานี้ ได้ทำการแปลข้อมูลบางส่วน จาก ดารุ้ลฟัตวา มัจลิส อั้ลอิสลามมีย์ อั้ลอะลา ประเทศออสเตรเลีย โดยท่าน เชคซะลียม์ อุ้ลวาน อั้ลฮุซัยนี่ ดังต่อไปนี้

1. ชาวถ้ำทั้ง 7 คน ที่เป็นเด็กหนุ่ม ตามทรรศนะอุลามาอ์ ส่วนหนึ่ง ได้ระบุนามทั้ง 7 คน คือ 1.มักซะละมียน์ 2. อัมลีย์คอ 3.ม่ารอตูว์นิซ 4.ยันยูนิซ 5.ซาซ่ามูนิซ 6.ดะวานะวานิซ 7.กัชฟีติต และมีสุนัขที่คอยติดตามพวกเขามาด้วยอีกหนึ่งตัว นามว่า قِطْمِيْر “กิตมียร์” ความเป็นจริงแล้วก่อนที่จะมีการหลบหนีไปอยู่ที่ถ้ำ เด็กหนุ่มทั้ง 7 คน ได้รับการสอนเรื่องหลักเตาฮีดที่ถูกต้องมาแล้ว จาก ชายผู้หนึ่ง (ชาวฮะวารี่ยูน)ที่เป็นผู้ศรัทธาตามแนวทางของนบีอีซา

2. กษัตริย์ที่ปกครองในุยคนั้น นามว่า “ُدُقْيَانُوْس”ดุ๊กยานูวซ์” สมัยปีคริสต์ศักราช 98-117 ได้บังคับใช้ชาวเมือง “أُفْسُوْسُ”อุฟซูวซ์” สักการะรูปปั้นต่างๆเหมือนที่ตนเองปฏิบัติ แต่เด็กหนุ่มทั้ง 7 คน ไม่ยอมสักการะรูปปั้น เพราะศรัทธามั่นต่ออั้ลเลาะห์องค์เดียว และเรื่องนี้ จึงไปถึงหูกษัตริย์ผู้อธรรมผู้นี้ ทำให้มีคำสั่งเรียกเด็กหนุ่มทั้ง 7 คน มาเข้าเฝ้า

3. เมื่อเด็กหนุ่งทั้ง 7 คนมาเข้าเฝ้า กษัตริย์ผู้อธรรมจึงออกคำสั่งว่า “พวกเจ้าจงละทิ้งการอิบาดัตต่ออั้ลเลาะห์ และหันมาสักการะกับรูปปั้นเหมือนที่เราสักการะ มิเช่นนั้น เราจะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กหนุ่มทั้ง 7 คนได้กลับมาประชุมหารือกันว่า เราจะทำอย่างไรกันดี

4. หลังจากที่เด็กหนุ่มทั้ง 7 คน ได้กลับมาจากการเข้าเฝ้ากษัตริย์ จึงได้ประชุมหารือกัน ผลสรุปออกมาคือ เราทั้งหมด จะฮิจเราะห์ หนีออกจากเมืองนี้ เพราะเราจะต้องอิบาดัตต่ออั้ลเลาะห์ เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น จึงวางแผนว่า เราจะแกล้งทำเป็นเล่น ฟุตบอลกัน โดยพยายามเต๊ะลูกฟุตบอลขึ้นไปข้างหน้า แล้ววิ่งไล่ลูกฟุตบอลไป เพื่อเป็นการตบตา มิให้ชาวเมืองเห็นว่า พวกเรากำลังหนีการกดขี่ให้ทำการกราบไหว้รูปปั้น

5. ช่วงระหว่างที่มีการพยายามหนีออกจากเมืองนั้น ก็ได้มีสุนัขตัวหนึ่ง นามว่า قِطْمِيْر กิตมียร์ พยายามติดตามไปด้วย พร้อมกับเห่าเรื่อยไปตามทาง เด็กหนุ่มทั้ง 7 คน ก็พยามยามไล่มันไปพร้อมกับขว้างมัน ตีมัน จนกนะทั่งมาถึงที่หมาย คือ ปากถ้ำ ที่เป็นจุดหมายของเด็กหนุ่มทั้ง 7

6. สุนัข กิตมียร์ ก็ยังคงตามมาถึงปากถ้ำ ตัวมันก็ยังคงโดนไล่ให้ไปที่อื่น เพราะเด็กหนุ่งทั้ง 7 คนเกรงว่า ถ้ามันยังอยู่ อาจจะมีผู้คนติดตามา แล้วรู้ว่าเราซ่อนตัวอยู่ในถ้ำนี้ และแล้ว สุนัขนามว่า“กิตมียร์” มันก็ได้ยกเท้าของมันทั้งสองขึ้น ประหนึ่งเหมือนกับคนที่ยกมือขอดุอา แล้วอั้ลเลาะห์ก็ได้ให้มันพูดได้ พลางก็กล่าวว่า

: “يَا قَوْم، لِمَ تَطْرُدُونَنِي، لِمَ تَرْجُمُونَنِي، لِمَ تَضْرِبُونَنِي، لا تَخَافُوا مِنِّي فَوَاللَّهِ إِنَّنِي لا أَكْفُرُ بِاللَّهِ”

“โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย เพราะอะไรเล่า พวกท่านถึงไล่ฉัน เพราะอะไรเล่า พวกท่านถึงขว้างปาฉัน เพราะอะไรเล่า พวกท่านถึงไล่ตีฉัน พวกท่านไม่ต้องกลัวฉันหรอก ขอสาบานต่อั้ลเลาะห์ แท้จริงฉัน ไม่ใช้ผู้ปฏิเสธต่ออั้ลเลาะห์ เป็นแน่”

7. เมื่อเด็กหนุ่มทั้ง 7 ได้ยินเช่นนั้น จึงมั่นใจแล้วว่า นี่คือ สัญญาณหนึ่งจากอั้ลเลาะห์ในความสามารถของอั้ลเลาะห์ที่พระองค์ได้ทำให้มันพูดได้ เพื่อเป็นการสื่อถึง การที่พระองค์จะให้การคุ้มครองพวกเรา ให้รอดพ้นจากการอธรรมของกษัตริย์ “ُدُقْيَانُوْس”ดุ๊กยานูวซ์” เด็กหนุ่มทั้ง 7 คนจึงปล่อยให้สุนัขเฝ้าอยู่ปากถ้ำ แล้วพวกเขาได้เข้าไปในถ้ำ พร้อมทั้งเอนตัวนอนพักผ่อนไป ซึ่งพวกเขาก็ได้ขอดุอาต่ออั้ลเลาะห์ ตามที่พระองค์ได้ทรงเล่าเรื่องราวพวกเขาไว้ในซูเราะห์อั้ลกะห์ฟี่ โอการที่ 10 ว่า

إِذْ أَوَى الْفِتْيَةُ إِلَى الْكَهْفِ فَقَالُوا رَبَّنَا آتِنَا مِن لَّدُنكَ رَحْمَةً وَهَيِّئْ لَنَا مِنْ أَمْرِنَا رَشَدًا

“จงรำลึกขณะที่พวกชายหนุ่มหลบเข้าไปในถ้ำแล้วพวกเขากล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงโปรดประทานความเมตตาจากพระองค์แก่เรา และทรงทำให้การงานของเราอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง”

8. เด็กหนุ่มทั้ง 7 คนได้ล้มตัวเอนนอนไป เป็นระยะเวลา 309 ปี ในสภาพที่พวกเขาไม่รู้สึกตัวใดๆเลย และการหลับนอนของพวกเขาที่เป็นระยะเวลานาน ดวงตาของพวกเขาทั้งสองได้ถูกปิดลงที่ไม่ใช่เป็นการหลับตาแบบสนิทมิดชิด เพราะอั้ลเลาะห์ต้องการจะรักษาดวงตาของพวกเขาเอาไว้มิให้บอด บางรายงานระบุว่า อั้ลเลาะห์ทรงส่งให้มะลาอีกัต คอยพลิกตัวพวกเขาเอาไว้ในช่วงระยะเวลาที่พวกเขาหลับไป 309 ปี เพื่อมิให้ร่างการของพวกเขา เป็นแผลกดทับ พระองค์ได้ทรงยืนยันถึงการหลับไป นานถึง 309 ปี ด้วยพระดำรัสของพระองค์ที่ได้ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์อั้ลกะห์ฟี่ โองการที่ 25 ว่า

وَلَبِثُوا فِي كَهْفِهِمْ ثَلَاثَ مِائَةٍ سِنِينَ وَازْدَادُوا تِسْعًا

“และพวกเขาได้พำนักอยู่ในถ้ำของพวกเขาสามร้อยปี และเพิ่มอีกเก้าปี”

9. เด็กหนุ่มทั้ง 7 คนได้หลับ เป็นระยะเวลา 309 ปี แต่ในความรู้สึกของพวกเขา เหมือนได้หลับไปเพียงแค่คืนเดียว เพราะสภาพร่างกาย ผม เล็บ เสื้อผ้า ยังคงอยู่ในสภาพปกติทั่วไป เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมา ความหิวได้มาเยือนพวกเขา หนึ่งจากเจ็ดคนในหมู่พวกเขา นามว่า “อัมลีย์คอ” จึงอาสาที่จะออกจาถ้ำไปนำเอาอาหารในเมืองมาให้พวกเขา เขาได้ตัดสินใจเดินทางกลับเข้าเมือง “أُفْسُوْسُ”อุฟซูวซ์” อีกครั้ง โดยที่ อัมลีย์คอ มิทราบเลยว่า ระยะเวลาที่นอนไป นานถึง 309 ปี กษัตริย์ผู้อธรรมผู้นั้น ที่นามว่า “ُدُقْيَانُوْس”ดุ๊กยานูวซ์” ก็ได้ตายจากโลกนี้ไปนานแล้ว โดยมีกษัตริย์ที่เป็นคนดีผู้ทรงคุณธรรมคนหนึ่งขึ้นมาปกครองแล้ว

10. เมื่อ อัมลีย์คอ ไปถึงที่หมาย ก็ได้นำเงินที่มีอยู่ เมื่อ 300 กว่าปี ใช้จ่ายในการซื้ออาหารทผลปรากฎว่า ผู้ที่ทำการขาย เกิดการมึนงง ขึ้นมาทันที เพราะระยะเวลาผ่านไปนานมากแล้ว สกุลเงินก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง พวกเขาจึงสอบถาม อัมลีย์คอ พร้อมทั้งผู้คนทั้งหลายมารอยล้อม อัมลีย์คอ และพยายามซักถามว่า ได้มายังไง บ้างก็เข้าใจว่า เด็กหนุ่มคนนี้ต้องมีทรัพย์สินในอดีตรุ่นบรรพชนกักเก็บเอาไว้ ต่างๆคาวมคิดของชาวเมือง พวกเขาจึงนำตัว อัมลีย์คอ ไปพบกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรม

11. เมื่ออัมลีย์คอ ได้มาเข้าเฝ้ากษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรม จึงได้สอบถามอัมลีย์คอ แล้วอัมลีย์คอก็ได้เล่าเรื่องราวที่เป็นจริงทั้งหมดให้ทราบ เมื่อกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมผู้นี้ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจาก อัมลีย์คอ ก็รู้ปลื้มใจในตัวเขามาก กษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมผู้นี้จึงกล่าวกลับ กลุ่มชนของพวกเขาว่า

“لَعَلَّ اللَّهَ قَدْ بَعَثَ لَكُمْ ءَايَةً لِتُبَيِّنَ مَا اخْتَلَفْتُمْ فِيهِ”

“แน่แท้อั้ลเลาะห์ได้ทรงส่งสัญญาณหนึ่ง(คำตอบเรื่องการฟื้นคืนชีพ)มายังพวกท่านแล้ว เป็นการแจกแจงข้อเท็จจริงต่อสิ่งที่พวกท่านต่างขัดแย้งกัน (ในเรื่องฟื้นคืนชีพ)

12. ในช่วงเหตุการณ์นั้น ชาวเมืองในยุคนั้น พวกเขาได้ ถกเถียงกันเรื่องการฟื้นคืนชีพหลังความตายว่ามีจริงหรือไม่ แล้วถ้ามีจริง สภาพหลังจากการฟื้นคืนชีพ เป็นเช่นไร อั้ลเลาะห์จึงให้คำตอบแก่ชาวเมืองด้วยการทราบเรื่องราวหตุการณ์ของเด็กหนุ่ม 7 คน ที่หลับไป 309 ปี แล้วตื่นขึ้นมาในสภาพที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและวิญญาณ จึงเป็นการสิ้นสุดของการถกเถียงกันและนำไปสู่การศรัทธามั่นต่ออั้ลเลาะห์องค์เดียว

สุดท้ายนี้ เมื่อพวกเขาได้ทราบข้อเท็จจริงที่เป็นสัจธรรมอันเที่ยงแท้ จากกุดรัต(ความสามารถ) ของอั้ลเลาะห์ และเรื่องราวของชาวถ้ำทั้ง 7 คนนี้ จึงเป็นบทเรียนสอนใจแด่ประชาชาติของท่านศาสดามูฮัมหมัด ซ๊อลลั้ลลอฮู้อะลัยฮี่วะอาลี่ฮีวะซั้ลลัม ให้ได้รับรู้ถึง ซีฟัตกุดรัต(การมีความสามารถ)ของอั้ลเลาะห์ที่มีเหนือทุกๆสิ่ง และไม่มีสิ่งใดๆเลยๆที่จะมาทำให้พระองค์ทรงอ่อนแอ ไม่มีสิ่งใดๆเลยๆที่จะคล้าย หรือเหมือนกับพระองค์อั้ลเลาะห์ ผู้ทรงบริสุทธิจากสรรพสิ่งทั้งหลายที่เป็นสิ่งถูกสร้างทั้งหมดทั้งมวล

ดั่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในซูเราะห์ อัชชูรอ โองการที่ 11

لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ ۖ وَهُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ

(ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลยๆที่มาคล้ายเหมือนกับพระองค์ และพระองค์ทรงได้ยินยิ่งและทรงแลเห็นยิ่ง)

และพระองค์ก็ได้ทรงตรัสไว้ ในซูเราะห์ อั้ลอิคลาส โองการที่ 4

وَلَمْ يَكُنْ لَّهُ كُفُوًا أَحَدٌ

(และไม่มีผู้ใดเลยๆที่เสมอเหมือนพระองค์)

หมายเหตุ กรณีเรื่องของชื่อชาวถ้ำ ทั้ง 7 มีความเห็นต่างจากอุลมาอ์ ที่ไม่มีมติอิจมาอ์อุลามาอ์ว่าชื่อตรงตัวทั้ง 7 ท่านคือชื่ออะไรครับ แต่ที่ผมนำชื่อทั้ง 7 ท่านนี้มาบนข้อความข้างต้น ได้นำมาจากการนำเสนอของดารุ้ลฟัตวา นำโดยเชคซะลียม์ อุ้ลวาน ท่านได้กล่าวว่า ชื่อ 7 คนในถ้ำ คือ

وَكَانَ عَدَدُهُمْ سَبْعَةً وَأَسْمَاؤُهُمْ: مَكْسَلَمِينَ، أَمْلِيخَا، مَرَطُونِس، يَنْيُونِس، سَازَمُونِس، دَوَانَوَانِس، وَكَشْفِيطِطْ

ส่วนบางท่านก็กล่าวว่า ชื่อ 7 คน ในถ้ำ ชื่อ ว่า

مَكسيميليانوس، أكساكُوستُودْيانوس، يامبلِيكِيوس، مَرتينيانوس، دِيونِيسيوس، أنطونينوس، وقُسطَنطِينوس

แล้วยังมีชื่อที่ต่างไปจากนี้อีก

แต่ผมนำเสนอตามการนำเสนอของเชคซะลียม์ อุ้ลวาน ครับ เพราะท่านเป็นผู้รู้มุฟตีย์อามของประเทศออสเตรเลีย และเป็นลูกศิษย์ของท่านเชคอับดุ้ลเลาะห์ อั้ลฮะร่อรีย์

_______________________________________________________________

แปลและเรียบเรียง

อิบนุนิแอ (อับดุลการีม บุตร อิสมาอีล บุตร อะห์มัด มิลมาล)

14/11/2018 ณ มะร๊อจบ้านบน เมืองกะรั๊ก อณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน